ถ้าลิงก์มาจากข้อความเร่งด่วน
อย่าเปิดจากข้อความ ให้เข้าแอปหรือพิมพ์ที่อยู่ทางการเอง
หากข้อความอ้างว่าบัญชีถูกล็อก มีธุรกรรม หรือขอ OTP วิธีที่ปลอดภัยกว่าไม่ใช่การพยายามพิสูจน์ว่าลิงก์ดี แต่คือเปิดแอปที่ติดตั้งอยู่แล้วหรือเว็บไซต์ที่คุณบันทึกไว้เอง แล้วตรวจการแจ้งเตือนจากภายในบริการ
เครื่องมือในหน้านี้
แยกส่วนลิงก์โดยไม่เปิดปลายทาง
โค้ดวิเคราะห์ของ iDoyTech ทำงานในแท็บและไม่ส่งข้อความที่คุณวางไปยังเซิร์ฟเวอร์ ไม่ตรวจฐานข้อมูลมัลแวร์ และไม่รับรองว่าลิงก์ปลอดภัย การเปิดหน้าเว็บยังมี request ตามปกติ โปรดดู นโยบายความเป็นส่วนตัว
ชื่อโฮสต์เริ่มต้นที่ URL ระบุ
- โปรโตคอล
- ชื่อโฮสต์
- พอร์ต
- ตำแหน่งภายในเว็บ
- จำนวนพารามิเตอร์
สิ่งที่ควรสังเกตต่อ
อ่าน URL จากซ้ายไปขวา แต่หยุดดูชื่อโฮสต์ก่อน path
ใน URL แบบ https://login.example.com/account ส่วน login.example.com คือชื่อโฮสต์ ส่วน /account เป็นตำแหน่งภายในเว็บ ผู้ไม่หวังดีอาจใส่ชื่อแบรนด์ใน path เช่น https://strange.example/bank-name/login แต่ปลายทางยังคงเป็น strange.example
ข้อความก่อน @ เป็นส่วนข้อมูลผู้ใช้และอาจดูเหมือนชื่อเว็บไซต์ แต่ URL parser จะอ่านชื่อโฮสต์จากส่วนหลัง @ เช่น https://[email protected]/ จะได้ attacker.invalid
bank.example.security-check.invalid มีคำว่า bank.example อยู่จริง แต่ทั้งหมดเป็นชื่อย่อยภายใต้ security-check.invalid
ชื่อ Unicode อาจถูกแสดงเป็น Punycode ที่ขึ้นต้น xn-- หรือใช้ตัวอักษรคนละภาษาให้ดูคล้ายกัน ต้องเทียบชื่อกับแหล่งทางการ
บางระบบใช้ IP ได้โดยชอบธรรม แต่หน้าล็อกอินหรือชำระเงินที่ส่งมาทางข้อความและใช้ตัวเลขล้วนควรหยุดตรวจเพิ่ม
ลองอ่านลิงก์ 5 แบบ แล้วเทียบกับเฉลย
ตัวอย่างต่อไปนี้จัดทำขึ้นเพื่อฝึกแยกส่วน URL ไม่ใช่รายชื่อเว็บอันตราย และไม่ใช่ผลตรวจเว็บไซต์จริง คัดลอกข้อความไปวางในเครื่องมือด้านบนได้โดยไม่ต้องเปิดลิงก์ ลองตอบก่อนว่าชื่อโฮสต์คืออะไร แล้วจึงอ่านเฉลย
ปัดตารางไปด้านข้างเพื่ออ่านตัวอย่างและเฉลย
| ข้อความตัวอย่าง | ชื่อโฮสต์ที่ควรได้ | จุดที่ต้องแยกให้ออก |
|---|---|---|
https://[email protected]/login | account.invalid | example.com อยู่ในส่วนข้อมูลผู้ใช้ก่อน @ ไม่ใช่ชื่อโฮสต์ |
https://example.com.account.invalid/ | example.com.account.invalid | การมี example.com ด้านซ้ายไม่ได้ทำให้ลิงก์นี้เป็นเว็บ example.com |
https://account.invalid/example.com | account.invalid | ข้อความหลัง / เป็นเส้นทาง ไม่ได้เปลี่ยนเจ้าของชื่อโฮสต์ |
https://example.com/?next=https://account.invalid | example.com | next อาจถูกใช้ส่งต่อ แต่การอ่าน URL อย่างเดียวยืนยันไม่ได้ว่าเว็บจะส่งต่อจริงหรือไปที่ใด |
http://example.com:8080/login | example.com | ชื่อโฮสต์ไม่รวมพอร์ต 8080 และ HTTP ไม่ใช่ HTTPS แม้ชื่อเว็บจะดูคุ้นเคย |
อ่านชื่อถูกแล้ว ยังตัดสินอะไรไม่ได้บ้าง
ชื่อโฮสต์ที่อ่านได้ไม่บอกว่าใครเป็นเจ้าของในปัจจุบัน หน้าเว็บถูกยึดหรือไม่ หรือปลายทางหลังเปลี่ยนเส้นทางเป็นที่ใด อย่าคิดว่าต้องเห็นคำเตือนจึงจะเป็นลิงก์หลอก และอย่าตัดชื่อเว็บเหลือสองส่วนท้ายเสมอ เพราะโดเมนบางประเภทมีส่วนท้ายหลายระดับ เช่น co.th
ถ้าเครื่องมือแสดงโฮสต์ต่างจากที่คุณคาด ให้หยุดใช้ลิงก์นั้นแล้วเปิดบริการจากช่องทางที่รู้จักเอง ไม่จำเป็นต้องทดลองกรอกรหัสผ่านเพื่อพิสูจน์ว่าหน้าเว็บจริงหรือปลอม
หลักการแยกชื่อโฮสต์อ้างอิง MDN: URL.hostname ตัวอย่างและคำอธิบายในส่วนนี้เพิ่มเมื่อ 9 กันยายน 2026
แม่กุญแจและ HTTPS ไม่ได้แปลว่า “บริษัทนี้เป็นของจริง”
HTTPS ช่วยเข้ารหัสข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ของคุณกับโฮสต์ที่ระบุในแถบที่อยู่ หากโฮสต์นั้นเป็นของผู้โจมตี การเชื่อมต่อก็ยังเข้ารหัสถึงผู้โจมตีได้ ดังนั้น Chrome เองยังแนะนำให้ตรวจชื่อเว็บไซต์แม้สถานะการเชื่อมต่อเป็น secure
HTTPS: ทางเชื่อมถูกเข้ารหัสหรือไม่
ชื่อโฮสต์: คุณกำลังส่งข้อมูลให้ใคร
สัญญาณในลิงก์ที่ควรทำให้หยุด แต่ไม่ใช่หลักฐานตัดสินเพียงข้อเดียว
ปัดตารางไปด้านข้างเพื่อดูคอลัมน์ที่เหลือ
| สัญญาณ | ทำไมควรตรวจเพิ่ม | ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า |
|---|---|---|
| ใช้ http:// | การเชื่อมต่อไม่เข้ารหัส | อย่ากรอกข้อมูล เปิดบริการจากแอปหรือ HTTPS ทางการเอง |
| มี @ ใน URL | ข้อความก่อน @ อาจทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นชื่อโฮสต์ | ดูค่าที่ URL parser แสดงและไม่เปิดถ้าไม่ตรงบริการ |
| ชื่อขึ้นต้น xn-- | เป็นการเข้ารหัสชื่อโดเมนสากล อาจปกติหรืออาจทำให้สับสน | เทียบชื่อกับหน้า/แอปทางการ ไม่ตัดสินจากหน้าตาคล้าย |
| ไฟล์ .apk, .exe, .zip หรือ .rar | เป็นไฟล์ติดตั้งหรือไฟล์บีบอัดที่อาจมีโค้ด | ดาวน์โหลดจากร้านแอปหรือเว็บไซต์ผู้ผลิตที่เปิดเอง |
| พารามิเตอร์ redirect หรือ url | อาจส่งต่อไปยังปลายทางอื่นหลังเปิด | เปิดบริการต้นทางเองและไปยังเมนูที่ต้องการจากภายใน |
| ข้อความเร่งให้กรอกรหัสผ่าน/OTP | แรงกดดันเป็นรูปแบบฟิชชิงที่พบบ่อย | หยุดและติดต่อบริการผ่านเบอร์หรือแอปทางการ |
เมื่อเป็นเรื่องบัญชี เงิน หรือเอกสารสำคัญ ให้เปลี่ยนเส้นทางแทนการเสี่ยงกับลิงก์
- อย่าตอบกลับผู้ส่งทันที
บัญชีของคนรู้จักอาจถูกยึด จึงไม่ควรใช้การตอบในช่องทางเดิมเป็นหลักฐานเดียว - เปิดแอปที่ติดตั้งไว้แล้ว
ตรวจข้อความ ธุรกรรม หรือคำเตือนจากเมนูภายในแอป - ถ้าต้องใช้เว็บ ให้พิมพ์ที่อยู่หรือใช้บุ๊กมาร์กเดิม
อย่าคัดลอก URL จากข้อความแล้วแก้บางส่วน เพราะอาจพลาดส่วนที่ทำให้สับสน - ติดต่อผ่านข้อมูลบนบัตรหรือเว็บไซต์ทางการ
ไม่ใช้เบอร์โทรหรือบัญชีแชตที่มากับข้อความน่าสงสัย - ถ้ากรอกข้อมูลไปแล้ว ให้แก้ผลกระทบก่อนวิเคราะห์ต่อ
เปลี่ยนรหัสผ่าน ออกจากเซสชันอื่น เปิด 2 ขั้นตอน และติดต่อธนาคารหากเกี่ยวกับข้อมูลการเงิน
เครื่องมือนี้บอกอะไรได้ และบอกอะไรไม่ได้
บอกได้
- ชื่อโฮสต์ที่ URL parser อ่าน
- โปรโตคอล พอร์ต path และจำนวนพารามิเตอร์
- รูปแบบบางชนิดที่มักทำให้คนอ่านผิด เช่น @, IP และ Punycode
- นามสกุลไฟล์ที่ควรระวังเป็นพิเศษ
บอกไม่ได้
- เจ้าของโดเมนเป็นคนที่อ้างจริงหรือไม่
- เว็บไซต์มีมัลแวร์หรืออยู่ในฐานข้อมูลอันตรายหรือไม่
- โดเมนที่ดูปกติไม่เคยถูกยึดหรือมีหน้าปลอม
- ปลายทางหลัง redirect เพราะเครื่องมือไม่เปิดหรือเรียก URL
แหล่งข้อมูลที่ใช้ตรวจคำแนะนำ
- Google Chrome Help — ตรวจสอบว่าการเชื่อมต่อของเว็บไซต์ปลอดภัยหรือไม่
- Google Chrome Help — จัดการคำเตือนเกี่ยวกับเว็บไซต์ที่ไม่ปลอดภัย
- Google Search Help — ป้องกันและรายงานการโจมตีแบบฟิชชิง
- CISA — Recognize and Report Phishing
- WHATWG — URL Standard ที่เบราว์เซอร์ใช้ตีความ URL
ตรวจลิงก์และเนื้อหาหลักล่าสุด: 24 สิงหาคม 2026