iDoyTech

หนึ่งสินค้า / สองข้อเสนอ

ซื้อให้พอใช้
แบบไหนจ่ายน้อยกว่า

ใส่ปริมาณที่ต้องใช้ ขนาดแพ็ก ราคา และค่าส่ง เครื่องมือจะปัดซื้อเต็มแพ็กให้ครบ แล้วเทียบยอดจ่ายกับของที่เหลือ

ยังไม่มีตัวเลข? ลองกรณีสมมติที่แก้ค่าได้

ต้องใช้ทั้งหมดเท่าไร

เทียบสินค้าชนิดและคุณภาพใกล้เคียงกัน ถ้าเป็นของที่นับชิ้น ให้ใช้จำนวนเต็ม

ข้อเสนอ A
ข้อเสนอ B

ราคาต่อแพ็กต้องรวมภาษีและส่วนลดที่ใช้ได้จริงแล้ว ค่าส่งคิดครั้งเดียวต่อข้อเสนอ หากค่าส่งเปลี่ยนตามจำนวน ให้แก้ตามยอดในตะกร้าก่อนซื้อ

อ่านป้ายราคาอย่างไร

อ่านป้ายให้เป็นปริมาณต่อแพ็กเดียวกัน

ช่อง “ปริมาณรวมต่อแพ็ก” คือของทั้งหมดที่ได้เมื่อซื้อราคานั้นหนึ่งครั้ง เช่น น้ำยา 6 ขวด ขวดละ 500 มล. ราคา 210 บาท ให้กรอก 3 ลิตร ราคา 210 บาท ไม่ใช่ 500 มล. ราคา 210 บาท เพราะจะทำให้ดูแพงกว่าจริงหกเท่า

เลือกกรัมเทียบกิโลกรัม หรือมิลลิลิตรเทียบลิตรได้ เครื่องมือแปลงหน่วยให้ แต่จะไม่แปลงน้ำหนักเป็นปริมาตร เช่น น้ำมัน 1 ลิตรกับน้ำมัน 1 กิโลกรัม เพราะต้องรู้ความหนาแน่นของสินค้านั้นก่อน

หากแพ็กหนึ่งมีของแถมชนิดเดียวกันที่ใช้แทนกันได้ ให้นับของแถมในปริมาณต่อแพ็กด้วย เช่น ซื้อ 2 แถม 1 ขนาดเท่ากันชิ้นละ 200 มล. ได้รวม 600 มล. แต่ถ้าของแถมคนละชนิด อย่านำมารวมเป็นหน่วยเดียวกัน

ราคาต่อหน่วย กับเงินที่ออกจากกระเป๋า

ราคาต่อหน่วยช่วยเทียบขนาด ส่วนยอดจ่ายจริงขึ้นกับจำนวนแพ็กที่ต้องซื้อ ค่าส่ง และขั้นต่ำ ตัวอย่างข้าวด้านบน ถุงใหญ่ราคา 40 บาทต่อกิโลกรัมถูกกว่าถุงเล็กที่ 45 บาท แต่ต้องใช้ 6 กก. จึงต้องซื้อถุงใหญ่ 2 ถุง ได้ 10 กก. และจ่าย 440 บาทรวมส่ง ขณะที่ถุงเล็ก 6 ถุงจ่าย 270 บาท

ของที่เหลือ 4 กก. ไม่ได้เป็นของเสียโดยอัตโนมัติ หากใช้ทันและมีที่เก็บ คุณอาจยอมจ่ายมากขึ้นรอบนี้ แต่ถ้าใช้ไม่ทัน อย่าคิดว่าราคาต่อหน่วยต่ำแปลว่าประหยัด เครื่องมือจึงแสดงทั้งยอดจ่ายและปริมาณเกินให้ตัดสินใจเอง

ลองเปลี่ยนความต้องการเป็น 10 กก. ถุงเล็กจ่าย 450 บาท ส่วนถุงใหญ่รวมส่ง 440 บาท ผลกลับด้านโดยไม่ต้องเปลี่ยนราคาสินค้า นี่เป็นเหตุผลที่ควรกรอกปริมาณที่จะใช้ แทนการเลือกจากขนาดแพ็กอย่างเดียว

สูตรที่ใช้ ตรวจด้วยเครื่องคิดเลขได้

  1. แปลงปริมาณทั้งหมดให้เป็นกรัม มิลลิลิตร หรือชิ้นชนิดเดียวกัน
  2. จำนวนแพ็ก = ปัดขึ้น(ปริมาณที่ต้องใช้ ÷ ปริมาณต่อแพ็ก) แล้วเลือกค่าที่ไม่น้อยกว่าจำนวนแพ็กขั้นต่ำ
  3. ปริมาณที่ได้ = จำนวนแพ็ก × ปริมาณต่อแพ็ก
  4. ยอดจ่าย = จำนวนแพ็ก × ราคาต่อแพ็ก + ค่าส่งหนึ่งครั้ง
  5. ปริมาณเกิน = ปริมาณที่ได้ − ปริมาณที่ต้องใช้
  6. ต้นทุนรวมค่าส่งต่อหน่วย = ยอดจ่าย ÷ ปริมาณที่ได้รับ ไม่ใช่ปริมาณที่ใช้หมดแน่นอน

ยอดเงินแสดงทศนิยมสองตำแหน่ง ส่วนปริมาณแสดงไม่เกินสามตำแหน่ง การจัดอันดับเทียบยอดจ่ายรวมที่ปัดเป็นสตางค์ ถ้ายอดเท่ากันจะแสดงว่าเท่ากัน โดยไม่เลือกผู้ชนะจากชื่อร้าน

อีกสองกรณีที่ชวนให้เลือกผิด

ขวดใหญ่ถูกกว่า แต่มีค่าส่ง

ต้องใช้น้ำยา 1 ลิตร ขวด 500 มล. ราคา 39 บาท รับเอง ซื้อสองขวดจ่าย 78 บาท ส่วนขวด 1 ลิตร ราคา 70 บาท ค่าส่ง 25 บาท จ่ายรวม 95 บาท ขวดใหญ่ราคาป้ายต่ำกว่า แต่จ่ายจริงมากกว่า 17 บาท ทั้งสองแบบได้ปริมาณเท่ากัน

ราคาส่งที่ต้องซื้อขั้นต่ำ

ต้องใช้แก้ว 100 ชิ้น แพ็ก 50 ชิ้น ราคา 60 บาท ซื้อสองแพ็กจ่าย 120 บาท ส่วนแพ็ก 100 ชิ้น ราคา 100 บาท แต่ขั้นต่ำ 3 แพ็ก ต้องจ่าย 300 บาทและเหลือ 200 ชิ้น ถ้าซื้อเพื่อกิจกรรมครั้งเดียว การได้แก้วเพิ่มอาจไม่มีประโยชน์เท่าการเก็บเงินไว้

ทั้งสองกรณีเป็นตัวเลขสมมติสำหรับตรวจสูตร ไม่ใช่ราคาตลาดหรือคำแนะนำให้ซื้อสินค้าจากผู้ขายรายใด

สิ่งที่ต้องตรวจในตะกร้าก่อนจ่าย

  • ราคาและค่าส่งยังเท่าเดิมเมื่อเพิ่มจำนวนหรือเปลี่ยนที่อยู่หรือไม่
  • คูปองใช้กับคุณได้จริงหรือจำกัดสมาชิกใหม่ ยอดซื้อ หรือช่องทางชำระเงิน
  • วันส่งถึงทันใช้หรือไม่ ของเก็บได้กี่วัน และมีพื้นที่พอไหม
  • สินค้าเป็นรุ่นหรือความเข้มข้นเดียวกันหรือไม่ เครื่องมือนี้ไม่ได้ประเมินคุณภาพ

ยังไม่รองรับการแบ่งซื้อผสมสองร้าน คูปองที่คิดตามยอดรวมหลายสินค้า คืนเงินภายหลัง คะแนนสะสม หรือค่าขนส่งแบบขั้นบันได หากเงื่อนไขเหล่านี้เปลี่ยนยอด ให้ใช้ยอดหลังยืนยันในตะกร้าเป็นหลัก

ต่อจากการเลือกข้อเสนอ

เมื่อรู้ขนาดแพ็กและราคาแล้ว นำตัวเลขไปกรอกใน แผนซื้อหลายรายการ เพื่อรวมงบและดูความเสี่ยงของหมดก่อนส่งถึง ถ้าซื้อมาแล้วมีของเสีย ใช้ ต้นทุนต่อหน่วยหลังหักของเสีย เพื่อคิดจากของที่ใช้ได้จริง

เครื่องมือนี้ไม่บันทึกตัวเลขถาวรและไม่ส่งตัวเลขที่กรอกไปเซิร์ฟเวอร์ เมื่อโหลดหน้าใหม่ต้องกรอกอีกครั้ง หรือคัดลอกผลเก็บไว้เอง การเปิดเว็บยังโหลดไฟล์และแบบอักษรตาม นโยบายความเป็นส่วนตัว

เผยแพร่ 26 ตุลาคม 2026 · ดูแลโดย พิทักษ์พงษ์ เทพเสน · กรณีที่ใช้ตรวจสูตร · แจ้งสูตรผิดหรือกรณีที่ยังใช้ไม่ได้